โปรโมชั่นufabet หลังจากที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ไปด้วยสกอร์ 1-0 ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเวลานี้ทัพ หงส์แดง ยังคงมีคะแนนไล่ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ถึง 9 คะแนนด้วยกัน โดยเกมเมื่อคืนที่ เทิร์ฟ มัวร์ สนามของ เบิร์นลี่ย์ มีอะไรที่น่าจับตาดูบ้างกับ 4 ประเด็นสำคัญหลังเกมกับ หงส์แดง โปรโมชั่นufabet

1. ฟาบินโญ่ เจ๋งกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 ในฐานะทีมคู่กัด ศึกแดงเดือด การแซะหรือแขวะกันจึงเป็นธรรมดาสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล เพราะขณะที่ เบิร์นลีย์ เปิดบ้านไล่ตีเสมอ ผีแดง ได้ด้วยสกอร์ 1-1 ในนัดก่อนหน้านี้ หงส์แดง สามารถบุกมากำชัยด้วยสกอร์ 1-0 แม้อาจเป็นเกมที่ เครื่องจักรสีแดง เล่นได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ก็ตาม ขณะเดียวกัน เผอิญว่า เร้ด แมชีน มาได้ประตูโทนจาก ฟาบินโญ่ ซะด้วย และมันเป็นประตูที่ห้าจากเจ็ดเกมหลังของดาวเตะชาวเมืองกาแฟเข้าไปแล้ว รวมแล้วในซีซั่นนี้ ฟาบินโญ่ ยิงประตูให้ ลิเวอร์พูล ไปแล้วหกเม็ดด้วยกัน และ ถ้าจะนับเฉพาะปฏิทินในปี 2022 เป็นต้นมา กองกลางทีมชาติ บราซิล คลำเป้าได้ 5 ลูกแล้ว แต่ โรนัลโด้ ยอดกองหน้า ผีแดง ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเท้าบอดยังยิงประตูไม่ได้เลยสักเม็ด

2. ลิเวอร์พูล นำก่อนในครึ่งแรกไม่เคยแพ้

 อาจไม่ใช่เกมที่ดีมากมายอะไรของ ลิเวอร์พูล แต่ก่อนจบครึ่งแรกห้านาที ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ก็ปลดล็อคคลายความกดดันได้สำเร็จด้วยประตูนำ 1-0 จากฝีเท้าของ ฟาบินโญ่ และแน่นอนว่ามันมากพอที่จะทำให้ทีมจาก แอนฟิลด์ คว้าชัยชนะออกไปได้พร้อมทั้งไล่ตาม แมนฯ ซิตี้ เก้าแต้มเช่นเดิม

ต่อผลงานดังกล่าว ลิเวอร์พูล จึงไม่แพ้ในเกม พรีเมียร์ลีก เป็นนัดที่ 104 เข้าไปแล้วหากว่าพวกเขามีสกอร์นำหน้าคู่แข่งหลังจบครึ่งแรก (ชนะ 94 เสมอ 10) โดยหนสุดท้ายพวกเขาออกไปแพ้ บอร์นมัธ 4-3 เมื่อเดือนธ.ค.2016 พร้อมกันนี้ ลิเวอร์พูล ยังเพิ่มสถิติไม่แพ้ใน พรีเมียร์ลีก ติดต่อกันเป็นนัดที่ 26 ด้วยหากเป็นฝ่ายทะลวงประตูนำหน้าคู่แข่งได้นับตั้งแต่เกมปะทะกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2021

3. การกลับมารวมตัวกันของมือปืนแห่ง แอนฟิลด์

 หลังผละไปรับใช้ชาติในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ และสามารถพา เซเนกัล ประสบความสำเร็จได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ ซาดิโอ มาเน่ ก็กลับมาลงเล่นให้ เร้ด แมชีน เป็นเกมแรก และเขาได้ประสานงานกับ โมฮาเม็ด ซาลาห์ รองแชมป์กาฬทวีปซึ่งลงเล่นให้ต้นสังกัดไปก่อนแล้วในฐานะตัวสำรองแม็ตช์เปิดบ้านคว่ำ เลสเตอร์ 2-0

เท่ากับว่า ลิเวอร์พูล หวนกลับมาใช้งานสามประสาน มาเน่ , ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นตัวจริงในแผงรุกอีกคำรบ แต่ก็ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นซีซั่นสุดท้ายของทรีโอนี้ก็ได้เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีใครสักคนต้องย้ายออกไปในซัมเมอร์นี้ไม่ว่าจะเป็นสองรายแรกที่ยังไม่ได้ต่อสัญญา หรือจะเป็นดาวเตะแซมบ้าซึ่งเริ่มมีผลงานที่ตกต่ำลงไปทุกที

ทั้งนี้ อย่าลืมว่า คล็อปป์ เตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แล้วด้วยการฉุด หลุยส์ ดิอาซ มาเสริมทัพเป็นรายล่าสุดหลังประสบความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับ ดีโอโก้ โชต้า ไปก่อนแล้ว

4. ลาก่อน เบิร์นลีย์

 น่าตกใจอย่างแรงที่ทีมอย่าง เบิร์นลีย์ ซึ่งเคยสร้างความหนักใจให้กับบรรดายักษ์ใหญ่ทั้งหลายกลับชนะในลีกซีซั่นนี้แค่เกมเดียวเท่านั้นจากการลงสนาม 21 นัดและมันเกิดขึ้นในเกมเปิดบ้านทุบ เบรนท์ฟอร์ด 3-1 ช่วงปลายเดือนต.ค.

ขณะเดียวกัน พวกเขายังมีสถิติยิงประตูได้น้อยนิดที่สุด 17 เม็ดด้วย และมีแค่ นอริช รายเดียวเท่านั้นที่แย่กว่าในจุดนี้จากการคลำเป้าฝ่ายตรงข้ามได้อย่างจุ๋มจิ๋มแค่ 14 ประตู

ในทางกลับกัน เดอะ คลาเร็ตส์ เสียประตูไม่มากเลยแค่ 29 ลูกเท่านั้น น้อยกว่า เวสต์แฮม และ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ

จึงชัดเจนว่าเป็นจุดอ่อนในด้านการทำประตูนี่แหละที่ส่งผลให้พวกเขาพบกับซีซั่นที่เลวร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมในโซนเดียวกันอย่าง เอฟเวอร์ตัน หรือว่า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด พากันเสริมทัพอย่างขะมักเขม้นเมื่อเดือนก่อน ชะตาของ เบิร์นลีย์ จึงเข้าขั้นสั่งจองศาลาเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้ได้เลย

ดังจะเห็นว่าในเกมแพ้ ลิเวอร์พูล ทีมของ ไดช์ มีโอกาสทำประตูไม่น้อย แต่พวกเขาไม่มีความเด็ดขาดมากพอที่จะเอาชนะ อลิสซง ทั้งๆที่หัวใจสำคัญของเกมฟุตบอลคือการทำสกอร์ให้ได้มากกว่าทีมคู่แข่ง เมื่อเป็นอย่างนี้ คงยากแล้วที่ เบิร์นลีย์ จะเร่งสร้างผลงานได้ทันเวลา และพวกเขาน่าจะกลับไปเริ่มต้นใหม่ใน แชมเปี้ยนชิพ ซีซั่นหน้ามากกว่า