ยูโรป้าลีกเมื่อคืน

ยูโรป้าลีกเมื่อคืน คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ โอโมเนีย ซึ่งต้องยอกรับเลยว่าถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ยากอย่างมากของ เอริค เทน ฮาก เนื่องจากคู่แข่งของพวกเขาเมื่อคืนเน้นเกมรับ ซึ่งเจาะได้ยากเป็นอย่างมาก ก่อนจะเอาชนะมาได้ในนาทีสุดท้ายของการแข่งขันในแมตช์นี้ 3 เหตุผลนี้จะมีอะไรบ้าง เราไปติดตามพร้อมๆกันเลย

1 ครึ่งแรกเป็นอะไรที่ไม่น่าจดจำเลย

ในช่วง 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองบอลได้อย่างเต็มที่ โดยครองบอล 79-21% และเจ้าบ้านมีโอกาส 15 วิกเก็ต โดย 4 ในนั้นถูกส่งเข้าไปในเขตโทษ ขณะที่ไซปรัสมีโอกาสชนะเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ไม่ตรงกับกรอบ

แต่ในความเห็นของเขา ปีศาจแดงอ้างว่าไม่มีพิษและไม่มีประสิทธิภาพในการทำประตู เนื่องจากพวกเขาสามารถโยนบอลหนักไปมาได้เท่านั้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่พวกเขาต้องปรับปรุงเมื่อต้องตัดสินใจว่าจะแพ้ฟุตบอลมากแค่ไหน ชัยชนะ. เป้าหมายเดียวเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดกล่องป้องกันเพื่อให้ผู้มาเยือนสามารถโต้กลับในการวิดพื้นส่วนใหญ่ โดยรับบอลเหมือนที่พวกเขาทำในเกมที่แล้ว โอโมเนีย ครึ่งแรก

2 CR7 เริ่มจะยิ้มไม่ออกอีกแล้ว

หลังจากที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ สามารถทำประตูได้ครบ 700 ลูกในระดับของสโมสรได้สำเร็จในเกมที่ผ่านมา ที่บุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ด้วยสกอร์ 2-1 อีกทั้งเจ้าตัวยังได้ตั้งความหวังจะทำประตูใส่ โอโมเนีย ให้ได้แต่สุดท้ายแล้วเจ้าตัวไม่สามารถทำได้ แต่ในเวลานั้นเจ้าตัวกลายเป็นนักเตะตัวจริงของถ้วย ยูโรป้า ลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีโอกาสปิดสกอร์ใส่ทีมเยือนได้แล้ว และ ทางด้าน คริสเตียโน โรนัลโด้ เองก็มีจังหวะที่จะผลิตสกอร์หลายครั้งแล้วเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้ว CR7 ก็ไม่สามารถทำประตูใส่คู่แข่งได้ และ เป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดของเจ้าตัวในเกมยุโรปนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2019 สมัยยังเป็นสตาร์ของทีม ยูเวนตุส

ส่วนทางด้าน มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ฟอร์มดิ่งลงเหวด้วยเช่นกัน ซึ่งในเกมที่ผ่านมา แรชฟอร์ด มีโอกาสทำประตูใส่ โอโมเนีย มากถึง 10 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่ได้รับโอกาสปิดสกอร์มากที่สุดในเกมนี้ แต่ไม่สามารถใช้โอกาสให้เป็นประตูได้

3 เหตุการ์ณสร้างวีรบุรุษ

หลังจากจบเกมนี้เป็นที่แน่นอนว่าแฟนบอลของทัพ ปีศาจแดง จะต้องจกจำชื่อของ ฟรานซิส อูโซโฮ ได้จำขึ้นใจได้อย่างแน่นอน อีกทั้งเจ้าตัวเป็นผู้รักษาประตูมือสองที่ได้รับโอกาสเฝ้าเสาแทนที่ของ ฟาเบียโน่ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่เจ้าตัวสามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

นับตั้งแต่เกมเริ่มจนจบเกม ทางด้าน ฟรานซิส อูโซโฮ ซึ่งเป็นแฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ยอมปล่อยให้เจ้าถิ่นได้ประตูไปง่ายๆ จากการโชว์ซุปเปอร์เซฟ ต่อหน้าแฟนบอล ก่อนที่จะเป็น แม็คโทมิเนย์ สบโอกาสซัดประตูโทนได้สำเร็จก่อนหมดเวลาแค่อึดใจเดียว รวมแล้วตลอด 90 นาที ผู้รักษาประตูทีมชาติ อินทรีมรกต เซฟประตูเป็นพัลวันได้ถึง 12 ครั้งจากโอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้กระหน่ำยิงตลอดทั้งเกม 34 ครั้ง และเข้ากรอบ 13 ครั้ง

ซึ่งเมื่อเทียบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมที่บุกไปคว้าชัยชนะ 3-2 เกมนี้ทางด้าน ปีศาจแดง มีสถิติที่เหนือกว่าชัดเจนพวกเขาได้โอกาสยิงทั้งหมด 28 ครั้ง และสามารถทำให้เข้ากรอบได้ 8 ครั้งเท่านั้น หากแต่นัดนี้ทีมเจ้าบ้านสอยตาข่ายกันไม่เป็น และถ้าไม่ได้ แม็คโทมิเนย์ ลงมายิงกู้หน้าก็คงหนีไม่พ้นต้องโดนสาวกโห่ใส่อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันจากสื่อว่า 34 ครั้งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้โอกาสผลิตสกอร์ในเกมนี้ถือเป็นสถิติที่สูงไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แต่ลงเอยแล้วพวกเขากลับชนะ เพียง 1 ประตูเท่านั้น ยูโรป้าลีกเมื่อคืน