บทความแชมเปี้ยนส์ลีก

บทความแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นคู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล ที่เกมนี้พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อาแจ็กซ์ และ แน่นอนลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถทำผลงานได้ดีกว่า และ สามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา เก็บคะแนนแรกในรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งประเด็นหลังเกมนี้จะมีอะไรบ้าง เราไปติดตาม บทความแชมเปี้ยนส์ลีก กันเลย

1 อาแจ็กซ์ เสียสถิติชนะรวด

ก่อนไปเยือนแอนฟิลด์ อาแจ็กซ์ ได้สร้างทีมที่โดดเด่นภายใต้ชโรเดอร์ ซึ่งเข้ามาแทนที่เอริค เทน ฮาก แม้จะเปลี่ยนชื่อผู้เล่นก็ตาม และย้ายออกในฤดูร้อนโดยเฉพาะ แต่ถึงอย่างนั้น ถึงแม้ว่ายูไนเต็ดจะสูญเสียผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมไป แต่แชมป์วินด์มิลส์ก็ยังไม่ตกต่ำ และพวกเขาก็ยังแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในฤดูกาลนี้

ในการแข่งขันทั้งหมดเจ็ดนัด ทีมจากอัมสเตอร์ดัมชนะการต่อสู้ ยิงพร้อมกัน 25 ประตู เสียแค่ 3 ประตู ในขณะเดียวกัน อาแจ็กซ์ ยิงได้สี่ประตูหรือมากกว่าในสี่เกมจากเจ็ดเกมในสนาม ก่อนจะเสียสถิติของ ลิเวอร์พูล ให้กับเกมแรกของฤดูกาล แต่ก็ใกล้จะถึงแล้ว ถึงแม้จะเทียบสถิติเกมกับเจ้าบ้านไม่ได้ก็ตาม

2 คล็อปป์ เชื่อใจ ซาลาห์ เสมอมา

คล็อปป์ ได้หมุนเวียนนักเตะตามที่คาดไว้ในเกมเยือนแรกที่แพ้นาโปลี 4-1 ในขณะที่เขายืนยันว่าเกมกับดิเอโก้ อาร์มันโด มาราโดน่าเป็นเกมที่แย่ที่สุดของเขา เจ้านายได้ปรับแต่งรายชื่อเริ่มต้นทั้งหมดสี่รายการสำหรับการเยี่ยมชม อาแจ็กซ์ แต่ก็น่าสังเกตว่าเขาวางใจให้ บังโม เพื่อกลับมาฟอร์มแม้จะถูกกระตุ้นให้ล้มลง สตาร์ทีมชาติอียิปต์ประสบกับฟอร์มที่ย่ำแย่ในฤดูกาลนี้

เมื่อ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ได้รับบาดเจ็บไปอีกรายรวมถึง คอสตาส ซิมิคาส ก็กลับมาแล้ว เช่นเดียวกับ โฌแอล มาติป ที่เอาชนะ โจ โกเมซ ในตำแหน่งบอดของทีม อีกจุดคือดิโอโก้ โชต้า ซึ่งออกสตาร์ทนำหน้าโรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ขณะที่ดาร์วิน นูเนส กองหน้าราคาสูงยังคงอยู่บนม้านั่งสำรอง และ สุดท้าย ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้กลับมาบงการเกมแทนที่ เจมส์ มิลเนอร์ ซึ่งรวมแล้วน่าจะเป็นทีมชุดที่ดีที่สุดที่ คล็อปป์ สามารถเลือกใช้สอยได้ในนาทีนี้

3 บังโม นับหนึ่งในฤดูกาลนี้แล้ว

หลังจากพ่ายแพ้หลายครั้ง ในที่สุด ซาลาห์ ก็กลับมาทำลายตาข่ายในนาทีที่ 17 เพื่อให้ทีมขึ้นนำในนาทีที่ 17 แต่ ลิเวอร์พูล เสียประตูใน 10 นาทีต่อมา และกลับมาทำประตูได้อีกเกม โชคดีที่ มาติป เป็นฮีโร่ที่ทำประตูชัยก่อนจบเกมเพื่อช่วยผนึกชัยชนะให้เจ้าบ้าน มิฉะนั้นเครื่องจักรสีแดง จะยิ่งแย่กว่านี้หากพวกเขาสามารถทำได้เพียงแค่แบ่งแต้มจาก อาแจ็กซ์ เท่านั้น

กับประตูของ ซาลาห์ เขาทำประตูแรกของเกมตั้งแต่ยิงประตูสุดท้ายที่อินเตอร์ มิลานในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังป้องกันการแสดงทื่อในการแข่งขันบอลถ้วย เขายังเล่นครบเจ็ดเกมในแชมเปี้ยนส์ลีกด้วย

แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คืออย่างน้อยหนึ่งประตูจากเกมนี้น่าจะเป็นกำลังใจช่วยให้เขาเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ในการลงบู๊ครั้งหน้าซึ่งเป็นอันแน่นอนว่ากว่าที่ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์จะลงบู๊อีกทีก็ต้องรอจนถึงวันที่ 1 ต.ค.ในเกมต้อนรับ ไบรท์ตัน ซึ่งนักเตะของรั้ว แอนฟิลด์ จะได้พักกันนานถึง 17 วันเลยทีเดียวหลังมีการยืนยันเลื่อนเกมบุกไปเยือน เชลซี สุดสัปดาห์นี้อย่างแน่นอนแล้วหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธ ที่ 2 ประกอบกับมีเกมทีมชาติเข้ามาแทรกกลางด้วยพอดี

4 มาติป สมควรเป็นฮีโร่เกมนี้

แล้วในที่สุด มาติป ก็เป็นวีรบุรุษในยามยากของ ลิเวอร์พูล อีกตามเคย ในทางกลับกัน ถ้าโจ โกเมซยังอยู่ในเกม ก็ไม่แน่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาดีเหมือนหงส์แดงหรือไม่ และป้อมปราการหลังบ่อน้ำมัน ขอตาข่ายให้ทีมได้ไหม

อย่างไรก็ตาม สำหรับสตาร์ชาวแคเมอรูน ทุกประตูที่เขาทำประตูให้กับสโมสรนับเป็นประตูที่ 10 ของเขาในการเจอกับอาแจ็กซ์ในทุกรายการ ยังไม่พอ จาก 10 ประตูของมาติป ลิเวอร์พูลไม่เคยแพ้คู่แข่งเลยแม้แต่เกมเดียว และชนะ 9 แต้มด้วยกัน โดยเสมอเพียงครั้งเดียว

5 หงส์แดง กับสิ่งที่ต้องแก้ไขโดยด่วน

แน่นอน ตามความเป็นจริงแล้ว ลิเวอร์พูลกำลังเล่นได้ดีเหมือนเดิมโดยไม่มีการละเลยใดๆ นอกเหนือจากการสูญเสียก่อนนาโปลี มันเป็นเกมที่แย่ที่สุดในรอบหลายปีของพวกเขา

ไม่ว่าจะเป็นการครองบอลหรือโอกาสในการทำประตู เครื่องจักรสีแดงนี้ทำได้ดีกว่าคู่แข่งในทุก ๆ เกม เช่นเดียวกับเกมที่แล้วที่พบกับอาแจ็กซ์ เจ้าบ้านมี 10 นัดในครึ่งแรก ยิงเข้ากรอบ 5 นัด แต่ทำได้เพียงประตูเดียว ทีมเยือนมีโอกาสแค่สองครั้ง และสามารถดัดแปลงเป็นประตูได้

จากสถิติดังกล่าว ทำให้ลิเวอร์พูลต้องทนทุกข์จากการขาดการตัดสินใจแบบเดียวกันแม้ในหลายเกม ผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามเล่นเหมือนผี ในเกมนี้ ผู้รักษาประตูทีมเยือน เรมโก้ ปาสเรล เซฟได้ 8 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติดีที่สุดของทีมเยือน แอนฟิลด์ลงเล่นตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04 รองจากแอตเลติโก มาดริด ยาน โอบลัค กับเก้าเซฟในเดือนมีนาคม 2020 แต่รวมเวลาพิเศษ

จากนั้น 90 นาทีต่อมา ลิเวอร์พูลยิงไปทั้งหมด 23 นัด แต่ยิงได้เพียง 2 ประตูจาก 9 นัด ซึ่งต่างจากการยิงทั้งหมด 3 นัดของอาแจ็กซ์ ซึ่งเป็นสถิติที่ย่ำแย่ พวกเขายังเป็นทีมที่แย่ที่สุดในรายชื่อเพราะระบบถูกบันทึกเมื่อเริ่มต้นฤดูกาล 2003/04 แต่แพ้ 2-1 อย่างหวุดหวิด ณ จุดที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องแก้ไขเพื่อให้เป็นไปได้ ประตูของ เครื่องจักรสีแดง ในทุกเกมอุ่นใจเหมือนเมื่อก่อน